สวัสดีครับผู้ที่มีความสนใจในเรื่องเทคนิคทุกท่านหลังจากที่พวกเราได้ติดตั้งระบบปฏิบัติการณ์ Linux ไปแล้วและต่อจากนี้เราจะมารู้จัก Service ต่างๆของระบบปฏิบัติการณ์ Linux
service บน
Linux มี 2 ประเภท ได้แก่ stand alone service และ xinetd control
stand alone service เป็น service ที่อยู่ได้ด้วยตัวเอง
ลักษณะสำาคัญของ stand alone service ได้แก่
1. ทำางานตอนบูท
2. Service เปิดอยู่ตลอดเวลา
3. ไฟล์ start script เก็บอยู่ที่ /etc/init.d
การใช้คำาสั่งสำหรับการ start service ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
Linux Red Hat หรือ Fedora จะใช้คำสั่ง service เช่น service ชื่อ service {start|stop|restart|reload|status} เช่น service httpd start
สำาหรับ Linux ทั่วไปจะใช้คำสั่ง /etc/init.d/ชื่อ service {start|stop|restart|force-reload} เช่น /etc/init.d/httpd start
สำหรับคำสั่งนี้ บน
Linux ตระกูล Red Hat ก็สามารถ ใช้คำสั่งนี้ได้เช่นกัน
xinetd control เป็น service ที่ถูกควบคุมด้วยโปรแกรม xinetd
ลักษณะสำาคัญของ xinetd control service ได้แก่
1. service ถูกความคุมโดยโปรแกรม xinetd
2. service จะทำางานหรือให้บริการเมื่อมีการร้องขอ
3. ไฟล์ start script เก็บอยู่ที่ /etc/xinit.d
สำหรับการ start service บน Red Hat จะใช้คำสั่ง chkconfig ชื่อ service on เช่น chkconfig pop3 on หรือจะแก้ไขไฟล์ start script โดยตรงเช่น
pop3
{
disable = yes
socket_type = stream
wait = no
user = root
server = /usr/sbin/ipop3d l
og_on_success + = HOST DURATION
log_on_failure + = HOST
}
ถ้าเราต้องการเปิด service ของ pop3 เราให้แก้ไขบรรทัด disable = yes ให้เป็น disable = no service อื่นๆก็เช่นกัน
ความรู้ด้านเทคนิค สำหรับผู้ที่การเรียนรู้แบบออนไลน์ ทุกคนสามารถเข้ามาเรียนรู้และแบ่งปันประสบการณ์ของแต่ละคนได้
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ linux operating system แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ linux operating system แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555
วันจันทร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
รวมคำสั่ง Dos เวลาคอมพิวเตอร์มีปัญหา
สวัสดีครับผู้ที่มีความสนใจในเรื่องเทคนิคทุกท่านความจำเป็นในการใช้ (Dos) ก็ยังคงมีอยู่ แม้ว่าในปัจจุบันบทบาทของมันจะเริ่มลดลงไปมากหลังจาก Windows,Mac และ Linux เริ่มมีความสมบูรณ์และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมาให้ชนิดที่ไม่ต้องพึ่ง Dos เลย แต่ถ้าเมื่อไรเครื่องของคุณยังไม่มี ระบบกราฟฟิคของระบบ Operating System ต่างๆ คำสั่ง
Dos ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการใช้คำสั่ง
Dos จะช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้เช่นการ การซ่อมแซมไฟล์ที่เสีย ก๊อปปี้ไฟล์ข้อมูล แก้ปัญหา Bad Sector ฯลฯ ดังนี้เราควรทราบคำสั่งบางคำสั่งที่จำเป็นไว้บ้างเพื่อนำไปใช้งานในยามฉุกเฉิน
Dos คืออะไร
Dos ย่อมาจาก Disk Operating System เป็นระบบปฎิบัติการรุ่นแรก ๆ ซึ่งการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีการทำงานบนระบบปฎิบัติการ Dos เป็นหลัก โดยการทำงานส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานโดยการใช้คำสั่งผ่านบรรทัดคำสั่ง (Command Line) ที่นิยมใช้กันคือ MS-Dos ซึ่งต่อมาระบบปฎิบัติการ Dos จะถูกซ่อนอยู่ใน Windows ปัจจุบันตอนนี้พวกเราใช้ Windows7 แล้วก็ตามลองมาดูกันว่าคำสั่งไหนบ้างที่เราควรรู้จักวิธีใช้งาน
CD คำสั่งเข้า-ออก ในไดเร็คทอรี่
CD (Change Directory) เป็นคำสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยนไดเร็คทอรี่ในโหมดดอส เช่น ถ้าต้องการรัน คำสั่งเกมส์ที่เล่นในโหมดดอส ซึ่งอยู่ในไดเร็คทอรี MBK ก็ต้องเข้าไปในไดเร็คทอรีดังกล่าวเสี่ยก่อนจึงจะรันคำสั่งเปิดโปรแกรมเกมส์ได้
รูปแบบคำสั่ง
CD [drive :] [path]
CD[..]
เมื่อเข้าไปในไดเร็คทอรีใดก็ตาม แล้วต้องการออกจากไดเร็คทอรีนั้น ก็เพียงใช้คำสั่ง CD\ เท่านั้นแต่ถ้าเข้าไปในไดเร็คทอรีย่อยหลาย ๆ ไดเร็คทอรี ถ้าต้องการออกมาที่ไดรว์ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ให้ใช้คำสั่ง CD\ เพราะคำสั่ง CD.. จะเป็นการออกจากไดเร็คทอรีได้เพียงลำดับเดียวเท่านั้น
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
CD\ กลับไปที่ Root ระดับสูงสุด เช่น ถ้าเดิมอยู่ที่ C:\>docs\data> หลังจากใช้คำสั่งนี้ก็จะย้อนกลับไปที่ C:\ >
CD.. กลับไปหนึ่งไดเร็คทอรี เช่น ถ้าเดิมอยู่ที่ C:\windows\command> หลังจากนั้น ใช้คำสั่งนี้ก็จะก็จะย้อนกลับไปที่ C:\windows>
Dos คืออะไร
Dos ย่อมาจาก Disk Operating System เป็นระบบปฎิบัติการรุ่นแรก ๆ ซึ่งการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีการทำงานบนระบบปฎิบัติการ Dos เป็นหลัก โดยการทำงานส่วนใหญ่จะเป็นการทำงานโดยการใช้คำสั่งผ่านบรรทัดคำสั่ง (Command Line) ที่นิยมใช้กันคือ MS-Dos ซึ่งต่อมาระบบปฎิบัติการ Dos จะถูกซ่อนอยู่ใน Windows ปัจจุบันตอนนี้พวกเราใช้ Windows7 แล้วก็ตามลองมาดูกันว่าคำสั่งไหนบ้างที่เราควรรู้จักวิธีใช้งาน
CD คำสั่งเข้า-ออก ในไดเร็คทอรี่
CD (Change Directory) เป็นคำสั่งที่ใช้ในการเปลี่ยนไดเร็คทอรี่ในโหมดดอส เช่น ถ้าต้องการรัน คำสั่งเกมส์ที่เล่นในโหมดดอส ซึ่งอยู่ในไดเร็คทอรี MBK ก็ต้องเข้าไปในไดเร็คทอรีดังกล่าวเสี่ยก่อนจึงจะรันคำสั่งเปิดโปรแกรมเกมส์ได้
รูปแบบคำสั่ง
CD [drive :] [path]
CD[..]
เมื่อเข้าไปในไดเร็คทอรีใดก็ตาม แล้วต้องการออกจากไดเร็คทอรีนั้น ก็เพียงใช้คำสั่ง CD\ เท่านั้นแต่ถ้าเข้าไปในไดเร็คทอรีย่อยหลาย ๆ ไดเร็คทอรี ถ้าต้องการออกมาที่ไดรว์ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ให้ใช้คำสั่ง CD\ เพราะคำสั่ง CD.. จะเป็นการออกจากไดเร็คทอรีได้เพียงลำดับเดียวเท่านั้น
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
CD\ กลับไปที่ Root ระดับสูงสุด เช่น ถ้าเดิมอยู่ที่ C:\>docs\data> หลังจากใช้คำสั่งนี้ก็จะย้อนกลับไปที่ C:\ >
CD.. กลับไปหนึ่งไดเร็คทอรี เช่น ถ้าเดิมอยู่ที่ C:\windows\command> หลังจากนั้น ใช้คำสั่งนี้ก็จะก็จะย้อนกลับไปที่ C:\windows>
ขั้นตอนการบูตของระบบปฏิบัติการ Linux
สวัสดีครับผู้ที่มีความสนใจในเรื่องเทคนิคทุกท่านวันนี้จะพูดถึึงขั้นตอนการบูตของระบบปฏิบัติการ Linux
โดยจะอธิบายให้เห็นว่าแต่ละขั้นตอนของการบูทของ Linux นั้นเป็นเป็นอย่างไร
โดยจะอธิบายให้เห็นว่าแต่ละขั้นตอนของการบูทของ Linux นั้นเป็นเป็นอย่างไร
| แผนภูมิกระบวนการบูทของระบบปฏิบัติการ Linux |
หลังจากที่เราติดตั้งลีนุกซ์เสร็จ บูตเครื่องใหม่ หรือเปิดสวิทช์
หลังจากที่เครื่องคอมพิวเตอร์ตรวจสอบตัวเองแล้วค้นหาอุปกรณ์ที่ใช้บูต ถ้าตรวจเจออุปกรณ์ที่ใช้บูตเป็นฮาร์ดดิสก์ก็จะไปทำางานต่อที่ MBR ซึ่ง GRUB ฝังตัวอยู่ในส่วนIPL ของ MBR เราต้องมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรม Boot Loader ที่ชื่อ GRUB
วิธีการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Linux
สวัสดีครับผู้ที่มีความสนใจในเรื่องเทคนิคทุกท่าน จากบทความที่แล้วผมได้กล่าวถึงการแบ่ง Partition ของระบบปฏิบัติการ Linux และในบทความนี้ผมจะได้พูดถึง วิธีการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Linux
วิธีการติดตั้ง Linux นั้นต้องทำอย่างไรบ้าง
วิธีการติดตั้ง Linux ของทุกค่ายคือการติดตั้งด้วยแผ่น CD หรือแผ่น DVD สำหรับการติดตั้งวิธีการอื่นก็สามารถทำได้เช่นกัน
วันนีจะยกตัวอย่างด้วย Linux RedHat
Linux RedHat มีวิธีการติดตั้งได้ 6 วิธีดังนี้
1. CD / DVD เป็นวิธีที่ง่าย และสะดวก ได้รับความนิยมมากที่สุด
2. NFS เป็นการติดตั้งผ่าน NFS Network file system ซึ่งเป็นการแชร์ไฟล์ของ Linux วิธีนี้เหมาะสำหรับการติดตั้งเพื่อการอบรม Linux สามารถติดตั้งได้พร้อมกันหลายๆ เครื่อง จะเร็วกว่าติดตั้งจากแผ่น CD เนื่องจากไม่ต้องคอยเปลี่ยนแผ่นบ่อยๆให้เสียเวลา
3. HTTP ติดตั้งผ่าน web เซิร์ฟเวอร์
4. FTP ติดตั้งผ่าน FTP เซิร์ฟเวอร์
5. Hard Disk ติดตั้งผ่านฮาร์ดดิส อีกลูกหรืออีก Partition หนึ่ง
6. Kickstart ติดตั้งโดยใช้ไฟล์ kickstart เหมาะสำหรับการติดตั้ง Linux พร้อมกันจำนวนมาก
โดยที่เครื่องสเปคเดียวกัน และติดตั้งเหมือนกันหมดไม่ว่าจะเป็นขนาด partition หรือจำนวน package
วิธีการติดตั้ง Linux นั้นต้องทำอย่างไรบ้าง
วิธีการติดตั้ง Linux ของทุกค่ายคือการติดตั้งด้วยแผ่น CD หรือแผ่น DVD สำหรับการติดตั้งวิธีการอื่นก็สามารถทำได้เช่นกัน
วันนีจะยกตัวอย่างด้วย Linux RedHat
Linux RedHat มีวิธีการติดตั้งได้ 6 วิธีดังนี้
1. CD / DVD เป็นวิธีที่ง่าย และสะดวก ได้รับความนิยมมากที่สุด
2. NFS เป็นการติดตั้งผ่าน NFS Network file system ซึ่งเป็นการแชร์ไฟล์ของ Linux วิธีนี้เหมาะสำหรับการติดตั้งเพื่อการอบรม Linux สามารถติดตั้งได้พร้อมกันหลายๆ เครื่อง จะเร็วกว่าติดตั้งจากแผ่น CD เนื่องจากไม่ต้องคอยเปลี่ยนแผ่นบ่อยๆให้เสียเวลา
3. HTTP ติดตั้งผ่าน web เซิร์ฟเวอร์
4. FTP ติดตั้งผ่าน FTP เซิร์ฟเวอร์
5. Hard Disk ติดตั้งผ่านฮาร์ดดิส อีกลูกหรืออีก Partition หนึ่ง
6. Kickstart ติดตั้งโดยใช้ไฟล์ kickstart เหมาะสำหรับการติดตั้ง Linux พร้อมกันจำนวนมาก
โดยที่เครื่องสเปคเดียวกัน และติดตั้งเหมือนกันหมดไม่ว่าจะเป็นขนาด partition หรือจำนวน package
โครงสร้างฮาร์ดดิสก์และการเรียกชื่อฮาร์ดดิสก์ใน Linux
สวัสดีครับผู้ที่มีความสนใจในเรื่องเทคนิคทุกท่านวันนี้จะนำสาระเรื่อง โครงสร้างฮาร์ดดิสก์และการเรียกชื่อฮาร์ดดิสก์ในระบบปฏิบัติการ Linux
ฮาร์ดดิสก์ประกอบด้วย
1. MBR มีชื่อเต็มว่า (Master Boot Record)
2. Primary Partition
3. Extended Partition
4. Logical Partition
MBR ย่อมาจากคำาว่า Master Boot Record ซึ่ง MBR จะอยู่ที่เซกเตอร์แรกสุดของฮาร์ดิสก์ MBR
จะประกอบด้วยสองส่วน คือ IPL (Initial Program Loader) ขนาด 446 byte
เป็นพื้นที่ที่โปรแกรมบูทโหลดเดอร์ของลีนุกซ์จะไปติดตั้งอยู่ ใช้ในการบูทของลีนุกซ์ และ Partition table ขนาด 66 byte
การสร้าง partition ให้กับฮาร์ดดิสก์ในระบบปฏิบัติการ Linux มี 3 แบบ คือ Primary, Extended และ Logical
ในการสร้างพาร์ติชันฮาร์ดดิสก์ ถ้าเราสร้างทุกพาร์ติชันให้เป็น Primary ทั้งหมด จะสร้างได้เพียง 4 พาร์ติชันเท่านั้น ถ้าต้องการมากกว่านั้นต้องใช้ 1 พาร์ติชันเป็น Extended แล้ว แบ่งย่อย Extended เป็น Logical
ฮาร์ดดิสก์ประกอบด้วย
1. MBR มีชื่อเต็มว่า (Master Boot Record)
2. Primary Partition
3. Extended Partition
4. Logical Partition
MBR ย่อมาจากคำาว่า Master Boot Record ซึ่ง MBR จะอยู่ที่เซกเตอร์แรกสุดของฮาร์ดิสก์ MBR
จะประกอบด้วยสองส่วน คือ IPL (Initial Program Loader) ขนาด 446 byte
เป็นพื้นที่ที่โปรแกรมบูทโหลดเดอร์ของลีนุกซ์จะไปติดตั้งอยู่ ใช้ในการบูทของลีนุกซ์ และ Partition table ขนาด 66 byte
การสร้าง partition ให้กับฮาร์ดดิสก์ในระบบปฏิบัติการ Linux มี 3 แบบ คือ Primary, Extended และ Logical
ในการสร้างพาร์ติชันฮาร์ดดิสก์ ถ้าเราสร้างทุกพาร์ติชันให้เป็น Primary ทั้งหมด จะสร้างได้เพียง 4 พาร์ติชันเท่านั้น ถ้าต้องการมากกว่านั้นต้องใช้ 1 พาร์ติชันเป็น Extended แล้ว แบ่งย่อย Extended เป็น Logical
| การแบ่ง Partition แบบที่ 1 ใช้พาร์ติชันที่ 4 เป็น Extended |
| การแบ่ง Partition แบบ ที่ 2 ใช้พาร์ติชันที่ 2 เป็น Extended |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)